กลับมาแล้นน!! / รีพอร์ตเที่ยวแดนยุ่น
posted on 27 Oct 2005 20:00 by silvermoonหรือจะให้ถูกคือ กลับมาเมื่อ 6 วันที่แล้วแต่เพิ่งมีความขยันจะอัพวันนี้น่ะเอง...
หนีไปเที่ยวญี่ปุ่นมาอาทิตย์นึงคับ กลับมาเมื่อวันเสาร์ตอนบ่ายแก่ๆ แล้วอาทิตย์ก็ต้องไปเป็นสต๊าฟงานVBK ใครที่ผ่านแถวๆเวทีแล้วเห็นโฮตารุหน้าบวมนั่งอืดอยู่ข้างเวทีละก็นั่นล่ะ เราละ
คราวนี้ขอไม่รีพอร์ตงานVBKนะคับ เพราะไม่รู้จะรีพอร์ตอะไรเนื่องจากนั่งจุ้มปุ๊กอยู่แถวเวทีตลอด กล้องก็ไม่ได้เอาไป อดถ่ายกลุ่มชินระเยย โฮกฮากกก เท่มั่กมายยย ข้อดีของการเป็นสต๊าฟเวทีก็ดีตรงนี้แหละ ได้ดูอะไรๆบนเวทีโดยไม่มีใครบังประหนึ่งเหมือนมีที่นั่งVIP ใครสนใจก็มาเป็นสต๊าฟงานปีหน้านะคับ อิๆ
แต่แม้จะไม่มีรีพอร์ตงานVBK แต่เราก็จะมารีพอร์ตที่ไปญี่ปุ่นมาทั้ง 7 วันนั่นล่ะคับ...แต่ถ้าไม่นับวันขึ้นเครื่องขามาและกลับ เราได้เที่ยวจริงๆก็แค่ 5 วัน สนุกดีคับเพราะได้ไปที่ๆไม่คิดว่าจะไปมาก่อนนั่นคือ "ชนบท" คับ และก็ไม่ใช่ชนบทธรรมดาๆ มันเป็นชนบทที่มีซูเปอร์มาร์เก๊ต "จัสโก้" ที่ขนาดเท่าโลตัสบ้านเราและก็มี 2 ชั้นคับ...โอ้วว!ไฮโซววว!!
ขออธิบายก่อนว่าเราไปไหนมาบ้าง เริ่มจากเครื่องบินลงที่นาโกย่าคับ จากนั้นก็ขึ้นชินกังเซ็นไปลงฮากาตะแล้วนั่งรถต่อไปฟุกุโอกะ จากนั้นก็แวะนางาซากิ ก่อนเข้าคุมาโมโต้สุดท้ายก็ขึ้นเครื่องที่ฟุกุโอกะคับผม ซึ่งทั้งหมดนี้มีลูกค้าที่ทำธุรกิจกับทั่นพ่อชื่อว่า ทากาโนริ เค้าเป็นคนคอยเทคแคร์ตลอดทั้งทริปเลยคับ เรียกได้ว่าพึ่งบารมีปะป๋าไปเที่ยวจิงๆ
งวดนี้ขอรีพอร์ตแค่วันแรกก่อนนะคับ
![]()
Day1 ช๊อป(โด)แหลกในนาโกย่า

ท้องฟ้ายามสายของนาโกย่า ตอนไปเป็นฤดูไม่ใบร่วง เลยต้องเจอฝนบ้างประปรายคับ
มาถึงสนามบินนาโกย่าตอนแปดโมงเช้าก็เจอ "ทากาโนริซัง" คนที่จะคอยเทคแคร์เราตลอดทั้ง 7 วันรอรับอยู่พอดี ตอนแรกนึกว่าจะเข้าโรงแรมได้ทันที ปรากฏว่ากว่าจะเข้าเช็คอินได้มันต้องรอถึง"บ่ายสามโมง" เค้าเลยขับรถพาเที่ยวเมืองนาโกย่า ตอนนี้ขอย้อนกลับไปตอนที่รู้จากแม่ว่าจะได้ไปนาโกย่า เราได้ทำการเสิร์ชหาแผนที่ร้านAnimate"กะMandarake" ทันทีเผื่อว่าจะได้มีโอกาสไป แน่ล่ะตอนนี้โอกาสทองมาถึงแล้ว ตามสุภาษิตว่า"น้ำขึ้นให้รีบตัก" เราจึงขอให้เค้าพาไปให้ โฮะๆๆ ได้ด้วยล่ะคับ ตอนแรกเค้าพาไปร้านAnimate มันคือร้านที่ขายทั้งคอมมิค CD DVD สินค้าจากการ์ตูน รวมทั้งโดจิน(มือหนึ่ง)ด้วย เรียกได้ว่าไปแค่ที่เดียวก็คุ้มแล้วคับ
แม้Animateของนาโกย่าอาจจะไม่ใหญ่เท่าอิเคะฯ แต่คนก็เยอะพอสมควร คือเราไปตอน10นิดๆซึ่งร้านมันเปิด10โมงตรง ไอ้ตอนแรกคนก็ไม่ค่อยจะมีหรอก แต่พอผ่านไปได้ซักพัก คนเริ่มเยอะขึ้นๆ โดยเฉพาะชั้นที่ขายพวกสินค้าการ์ตูนคาแรกเตอร์ แล้วภายในร้านก็จะเปิดเพลงอนิเมด้วยคับ ช่วงที่เราไปเค้าเปิดเพลงของซี้ดเดสทินี่พอดี อยากร้องคลอตามแต่อายคับ...
เคยอยากไปไหนจนตัวสั่นมั๊ยคับ นั่นล่ะคืออาการที่เราเป็นตอนอยู่ในร้านAnimate ทั้งที่ได้เข้ามาในร้านแล้ว แต่มันก็ดีใจเพราะไม่คิดว่าจะได้เข้ามาเหยียบร้านนี้ แถมเดินคนเดียวด้วยเพราะพ่อกะแม่เราไปเดินที่อื่น ภาษาญี่ปุ่นก็โง่ๆ มันเลยยิ่งตื่นเต้น อาจจะฟังดูเว่อร์แต่มันเป็นอย่างงี้จริงๆคับ ใจเต้นแรงมั่ก อะไรที่เคยกะว่าจะซื้อมันลืมหายไปจากหัวหมดเลย อารมณ์เหมือนพวกบ้านนอกเข้ากรุงน่ะ...
แม้การเดินช๊อปปิ้งคนเดียวดีตรงที่เราจะเดินดูอะไรตรงไหนก็ได้ไม่ต้องรอไปพร้อมกับคนอื่นๆ แต่ข้อเสียมันก็มีคับเวลาเราเดินเจออะไรที่มันแบบ โฮกกกก น่าร๊ากกก จาอาววว อร๊ากกก อยากด๊ายยย ฯลฯ เราจะต้องเก็บไว้ในใจคนเดียวคับ นอกจากว่าจะเป็นคนSelfสุดๆ แบบไม่แคร์สายตาใครจริงๆ แต่พอดีเราไม่ใช่คนแบบนั้นคับ เลยได้แต่กำหมัดแน่นแล้วกี๊ดในใจ มันทรมานมากเลยนะ...
หลังจากหยิบโน่นฉกนี่มาลงตะกร้าเป็นที่เรียบร้อย สิ่งต่อไปที่ต้องทำคือ "จ่ายเงิน" คับ เราก็ต่อแถวที่แคชเชียร์จนกระทั่งถึงตาเรา พอดีว่าพี่หนิงให้ยืมการ์ดAnimate มาด้วยเลยต้องใช้ซักหน่อยพอยื่นการ์ดให้แคชเชียร์สาวปุ๊บ สิ่งต่อมาก็คือ...
เธอคนนี้พูดญี่ปุ่นกะเราคับ
และเราก็คิดในใจว่า "มันแปลว่าอะไรว่ะ??"
ตอนเรียนญี่ปุ่นกะเซ็นเซย์ เค้าก็ไม่ได้พูดเร็วขนาดนี้นิ แล้วนี่ทำไม อะไร ยังไง เค้าพูดว่าอาร๊ายยย!!??
นั่นคือเสียงร้องโหยหวนอยู่ในใจ สุดท้ายเลยต้องงัดไม้ตายด้วยประโยคสุดแสนคลาสิก
" Can you speak English?"
แคชเชียร์ทำหน้างง...
เอา เปลี่ยนภาษาก็ด่ะ
" Eigo wo hanasemasenka?" (แปลเหมือนประโยคข้างบน)
ทีนี้ล่ะคับ แคชเชียร์เริ่มเป็นฝ่ายหน้าเสีย วินาทีนั่นเราก็รู้ได้ทันทีว่า เธอพูดอังกฤษมะด้ายย(เอาแล้วไง)
เจ้าหล่อนลุกลี้ลุกลน พยายามพูดญี่ปุ่นกะเราอีกครั้ง แต่หลังจากที่เราพูดว่า Eigo wo hanasemasenka สมองส่วนที่รับรู้ภาษาญี่ปุ่นของเรามันถูกปิดตายโดยอัติโนมัติทันทีคับ เราต้องทำหน้าที่ชาวต่างชาติให้ดีที่สุด มันแทบจะมีป้ายแขวนไว้ที่คอเลยว่า "English only"
แล้วจู่ๆแคชเชียร์ก็วิ่งหายเข้าไปในห้องเล็กๆหลังเคาเตอร์แคชเชียร์ เวลาผ่านไป 10นาทีก็ยังไม่ออกมา เราก็ได้แต่หวังว่าเจ้าหล่อนคงไม่ได้เสียใจที่ทำร้านเสียชื่อเพราะสื่อสารภาษาอังกฤษไม่ได้จนฮาราคิรีไปแล้วหรอกน่ะ แต่แล้วเธอคนนั้นก็ออกมาพร้อมกับกระดาษเล็กๆแผ่นหนึ่ง แว่บแรกที่เห็น มันเป็นกระดาษที่เขียนภาษาอังกฤษ ทั้งๆที่คิดว่า รอดแล้วเว้ยย แต่พอมาอ่านดีๆแล้ว ประโยคภาษาอังกฤษเหล่านั้น มัน...อ่านไม่รู้เรื่องคับ
ไม่ใช่ว่าไม่เข้าใจศัพท์ มันแปลออกทุกคำแต่เรียงแล้วไม่เข้าใจเอาว่าถ้าครูสอนภาษาอังกฤษมาเห็นเข้าคงให้0ทันที คือการเรียงประโยคของเค้าน่ะ มันผิดแกรมม่ารุนแรงคาดว่าตอนที่หายไปคงใช้เครื่องแปลแน่ๆเพราะมันแปลออกมาเป็นคำๆเลย อันนี้คนที่เรียนญี่ปุ่นคงเข้าใจว่าการเรียง ประธาน กริยา และกรรม ของภาษาญี่ปุ่นมันไม่เหมือนกับภาษาอังกฤษ ก็ลองนึกกลับกับดูนะคับว่าถ้าเอาภาษาอังกฤษเรียงแบบญี่ปุ่นจะเป็นอย่างไร อันนี้หลายคนอาจตอบว่ามนก็ไม่ยากอะไรเลยนิ แต่ต้องเข้าใจนะคับว่ามันยังมีส่วนขยาย และอะไรอื่นๆที่อ่านแล้วพูดได้เลยคับว่าไม่เข้าใจจริงๆ
แต่สุดท้ายแล้วก็รอดคับอารมณ์เหมือนแก้โจทย์เลขให้เอาคำนี้ไปแทนตรงโน้น บวก ลบ คูณ หาร ก็จะได้ว่า "การ์ดAnimate ของคุณมันครบแต้มที่จะใช้เป็นส่วนลดพันเยนแล้ว คุณต้องการจะใช้ตอนนี้เลยมั๊ย?"
น้ำขึ้นให้รีบตักคับ เลยได้ส่วนลดไปพันเยนพร้อมกับปาดเหงื่อ...
จนมาถึงตอนนี้ก็ยังรู้สึกผิดที่ทำให้แคชเชียร์สาวคนนั้นลำบากอยู่ ยังไงก็ขอโทษนะค้าบบ
本当にすいません m(-_-)m
และนี่คือของที่ได้จากร้านAnimateคับ

โดจินคับ และเพราะเป็นโดจินมือหนึ่ง ราคาเลยสูงตามความใหม่

อันนี้กี๊ดมาก แถวบนคือหมอน แถวล่างคือที่ติดกระจกรถ น่ารักโก๊ดด

ส่วนนี่คือใบเสร็จอันยาวเฟื้อยคับ เหะ...
และนั่นคือเรื่องในครึ่งเช้า พอจบจากร้านAnimateก็ได้เวลากินข้าวเที่ยง
และนี่คือข้าวเที่ยงของเรา...


เป็นเซตปลาดิบคับ สีสันน่ากินมากและก็เยอะด้วย ชิ้นปลาหนามาก แล่แบบไม่มีเสียดายแค่ชิ้นนึงก็เต็มคำ อร่อยมากคับ
เสร็จจากข้าวเที่ยง ที่ต่อไปคือ แต่นแต๊นน Mandarake ค้าบบบ อารมณ์ก็เหมือนร้านAnimate แต่ทีนี่จะเน้นไปด้านขายโดมือ2มากกว่า บางเล่มหนาๆ ราคาแค่ 210 เยนเอง

หน้าร้านMandarake คับ

และนี่คือกองโดที่ขนกลับมา ถ่ายซะยังกะว่าจะแอบลักลอบเอาไปขาย 55 พอดีว่าแม่อยู่ในห้องน่ะ เลยไม่อยากหยิบออกมาโชว์ซักเท่าไหร่
จากนั้นก็ได้เข้าโรงแรมตอน 4 โมงคับ เป็นโรงแรมที่เรียกว่า เรียวคัง ก็น่าจะได้ มีอองเซ็นด้วย แต่ไม่ได้เข้าหรอก มิกล้า...

ขนมและชาที่พนักงานเค้าจัดให้คับ ชาน่ะเฉยๆแต่ขนมอร่อยดี ![]()

รสชาติหวานๆเหมือนคุกกี้แต่แป้งไม่ร่วนขนาดนั้น ไม่รู้จะอธิบายยังไง เอาเป็นว่าอร่อยคับ

อ่างคับ เห็นแบบนี้แต่ก็ลึกนะประมาณเกือบถึงอกได้ เหมือนอาบน้ำในหลุมยังไงยังงั้น

ส่วนนี่ มื้อเย็นในโรงแรมคับ อาจจะดูเหมือนน้อย แต่แท้จริงแล้วยังมีปลาย่างอีก 2 จาน เทมปุระ และที่เด็ดสุดคือ มันตบท้ายด้วยข้าวกับซุปมิโสะ โฮ่ๆ แน่นท้องเยย
และนี่คือรีพอร์ตนาโกย่าวันแรกคับ เอาไว้จะมารีพอร์ตต่อ แม้จะไม่อยากอ่านนะคับ ฮี่...
![]()
เล็กๆน้อยๆจากแดนยุ่น

ทะเบียนรถของญี่ปุ่นคับ ข้างบนจะเป็นชื่อเมือง แล้วก็จะเป็นตัวอักษรและตามด้วยตัวเลข ก็คล้ายๆกะบ้านเราเนอะ แต่เลข300 คืออะไรเราก็ไม่รุเหมือนกัน...

ส่วนนี่คือ...ผลอะไรซักอย่างที่รูปร่างคล้ายเงาะ แต่พอบีบแล้วเหมือนมันมีแต่ลมอยู่ข้างในคล้ายๆกับเวลาบีบลูกบอลเป่าลมยังงั้นเลยล่ะคับ
เลยขนานนามเล่นๆว่า "เงาะลม" คับ



อิจฉาๆ คอสโฮตารุ สตาฟ ที่อยู่
#1 By LAYLA on 2005-10-27 20:42